[1self]Double Two

posted on 09 Dec 2009 12:19 by mister999th

When 'Little two' attached behind 'BIG TWO'
Its popped out to the twenty two

'22'.

อีกปีหนึ่ง เขยิบเข้ามาชิดใกล้และค่อยละลายหายไป เมือปีใหม่เข้ามา

อีกปีที่แก่ แต่ก็อีกปีที่อยากจะเป็นเด็กตลอดไป
: )

Let me wander in my own imagination...that's enough.



(ขนาดโฟโต้เฉาะรูปแล้ว ตีนกายังนาบอยู่เลย โฮฮฮฮฮฮ T[]T แก่แล้วแย่โฮก)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Do not frown...smile
Because your charismatic smile will not prone to be,

a corpse as days passed.

ยิ้มเยอะๆ อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวดมาก เป็นเด็กของพี่ๆเพื่อนๆน้องๆตลอดไป
แบบนั้นน่ะน่ารักกว่าเย้ออออออออ


ขอให้ทุกคนมีความสุขกับน้องโฮ ซานตาคลอส คุณพ่อ และเรา ในเดือนนี้นะค้าบบบ ^^ .

 

 

edit @ 9 Dec 2009 12:26:32 by mister999th

[1OTW]ทาน ตะวัน

posted on 21 Nov 2009 19:28 by mister999th

 

On The Way 1st

สงสัย ทำไมต้องทานตะวัน ถ้าดูตามหลักภาษาไทย เมื่อแยกคำ จะได้ ทาน+ตะวัน ใช่มั้ยล่ะ ก็เลยเข้าใจว่า ดอกไม้ที่ว่านี้ เจ้าดอกเนี้ย คงจะชื่นชอบตะวัน หลงรักดวงอาทิตย์เสียจนโงหัวไม่ขึ้นเลยล่ะซิ ถึงได้รับสีอย่างแสงของตะวัน

 

วันนี้ สบโอกาสไปเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฮะ(ความจริงพ่อกับแม่อ้อนวอนมากกว่า เพราะเราชอบบ่นอิดออด หาข้ออ้างไม่ไปตลอด ก็อย่างเนี้ยล่ะฮะ เด็กติดแสงสี หึหึ ไม่อยากเหยียบต่างจังหวัด) คือ เรารู้สึกว่ามันเป็นการสปอยล์เวลาเปล่าๆปลี้ๆ กับการนั่งรถหลังขดหลังแข็งหลายชั่วโมงเพื่อไปปล่อยจิตโล่งๆกลางธรรมชาติแค่หกสิบนาที

 

สู้ใช้แต่ละนาที ลงทุนทำสิ่งที่ชอบไม่ดีกว่าหรือ 

 

 

แต่ก็เพราะอย่างนั้นแหละ ช่องว่างระหว่างเราและพ่อแม่เลยยิ่งฉีกขาดเป็นวงกว้าง

แย่เนอะ

 

(อย่างกับฮิคิโคโมริ)

 

 

 

ตามตำนานเทพกรีก กำเนิดของดอกทานตะวันเริ่มต้นจากการหลงรักขอนางไม้ Clytie ต่อเทพ Apollo ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ เธอเฝ้ามองอพอลโลทุกวัน ทุกวันราวกับด่ำดิ่งในวังวนเสพติด กระทั่งผมสีทองของเธอกลายเป็นกลีบดอกสีเหลืองและใบหน้ากลายเป็นดอกทานตะวัน(บ้าชัดๆ)

ชื่อ Helianthus(ชื่อทานตะวัน) มาจากคำว่า helios ที่แปลว่าดวงอาทิตย์ กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้

 

[Sunflower Problematique]

คนมีความรัก ไร้รักตอบรับ ไม่ต่างกับคนมีปัญหา

ปัญหาหนักจากความรัก เป็นโรค นานวัน ยิ่งเรื้อรังและร้ายแรง

 

 

ดอกทานตะวันอดทนนะ พอวันใหม่ก็ตั้งหลักมารักใหม่

 

 

ถึงรู้ว่าตัวเองเป็นโรคความรัก ดอกทานตะวันก็ยังรักดวงอาทิตย์อยู่อย่างนั้น ทั้งรู้ว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยคิดเหลียวแล ก็ยังดื้อดึงดันจะมองต่อไป

 

 

แต่เราไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะ ทานตะวันรักดวงอาทิตย์แบบไหน เฝ้ามองเสียบ้าคลั่งขนาดนั้น ถ้าคว้าลงมาในกำมือได้ อาจกลืนกินดวงอาทิตย์จนหมดซาก อย่างชื่อ ทาน ตะวัน

 

 

ความรักของคนบ้าคลั่ง ที่มีเพื่อนร่วมรักด้วยเป็นจำนวนมหาศาล ถึงอย่างไร การมีเพื่อนร่วมรักเป็นจำนวนมากๆเช่นนั้น ไม่ช่วยลดช่องโหว่หรือแผลแห่งความเหงาได้เลย

 

 

แม้ไม่สมหวังในความรัก แต่ได้เห็นคนข้างๆประสบความผิดหวังเช่นเดียวกัน คงช่วยให้น้ำตาไหลน้อยลงกว่าเดิมหน่อย ประมาณว่า ยังมีคนเจ็บแบบเราอยู่นี่นะ มันคงอุ่นใจพิลึกไม่น้อย

 

เซนส์ความรู้สึกแบบนั้น มันเป็นยังไงกัน...เรานึกไม่ออกเลย

 

 

ถ่ายรูปมาซะเยอะ ฮาาาาา(ปกติไม่ค่อยจับกล้อง เพราะไม่รู้จะเก็บภาพอะไร เมืองหลวง บริเวณที่เราอยู่มันปราศจากวิวสะอาดๆตา) ขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่ที่(อุตส่าห์บังคับ)ชวนไปเที่ยวนะค่ะ

สุขใจมากๆเลยล่ะฮะ  ดอกทานตะวันสวยสง่าและน่านับถือมาก นานๆออกเวิ้งว้างกับธรรมชาติก็ไม่เลว ธรรมชาติประกอบด้วยสิ่งละเล็กละน้อย มีรายละเอียดยิบย่อย น่าทึ่งและพิศวง(ดูจากรูป มันโคตรน่าทึ่งเลยนะ)

ไม่เลวๆ  : )

 

edit @ 21 Nov 2009 20:39:11 by mister999th

[1TH]United States of Eurasia

posted on 20 Nov 2009 20:27 by mister999th  in Thoughts

เอนทรี่แรก เรื่องที่หนึ่ง

จุดเริ่มต้นของบันทึกปลายนิ้วเคาะ

 

สาเหตุของการตั้งต้นเขียนไดอารี่ออนไลน์ คงเพราะไม่อยากหยุดทักษะการเขียนของตัวเองไว้นิ่ง นิ่งมากเกินไป คือ ถ้าเกินอาทิตย์หนึ่ง เราว่าก็ย่ำแย่แล้ว ยิ่งเดือนหนึ่ง ตัวอักษรยิ่งลงหลุมไปกันใหญ่ อาจจะสงสัยว่า แล้วเวลาปกติ หลายล้านชั่วโมงที่ผ่านมา เอ็งเขียนลงไดอารี่ด้วยลายมือหรืออย่างไร แล้วหยุดเขียนไปเฉยๆหรืออย่างนั้น

ไม่ ไม่เลย

เราไม่เคยเขียนไดอารี่

จะว่าไป มันก็ตลกไม่น้อยเหมือนกันนะ จู่ๆจะมานั่งเขียนไดอารี่ออนไลน์ แต่เอาเถอะ การตัดสินใจชั่วแวบของเราว่าไง การตัดสินใจวูบใหญ่ของเราก็ว่าตามนั้น

กลับมาที่ค้างไว้ ไม่เคยเขียนไดอารี่มาก่อน งั้นจะดั้นด้นเขียนเอาตอนนี้ ทำไม?

คำตอบ คือ ปกติ เราชอบเขียนฟิคชั่นวาย

(หัวเราะร่า)

จัดให้เป็นงานรองตามหลังงานหลัก คือ การเรียนหนังสือ

 

ทว่า เทอมนี้ วิชาอังกฤษสี่ตัวรุมเร้าเราเร่าเร่าให้น้ำตาตกตะกอนอยู่ภายในอกเรา(โอ แม่ง โคตรทรมานละเว้ย) มันทุกข์หนัก ทรมานโข กว่าเอาไฟมาสุมให้กลุ้มกุมหัวอีกนะ(ให้ตายเถอะ จอช) และอีกหลายสิ่งเร้าจากภายนอก ประเดประดังกันทิ่มแทงเรา ไม่ใช่แตะเบาๆเบาะๆ แต่เสียบเสียดให้แสบสัน สุดท้าย ผลของมันเหล่านั้น 

 

ดับอารมณ์แต่งฟิคชั่น(วาย)เสียหมดสิ้น

(เวรเอ๊ย)

 

สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เราไม่มีทางหยุดปลายนิ้วเราเคาะจินตนาการ ความคิด ความเก็บกด เรื่องราวในใจของเราเด็ดขาด(พี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน เคยมาเป็นวิทยากรรับเชิญที่คณะเรา บอกไว้ว่า ถ้ารักการเขียนจริง ข้ออ้างใดๆก็ไม่สามารถห้ามเราให้ละจากการเขียนได้) เราอยากจะฝึกการเขียนของเราไปเรื่อยๆ ไม่อยากหยุด

 เคาะ เคาะ เคาะ จนกว่าวันสิ้นโลก (ยิ้มขำ)

 

อา เราอยากจะเขียนฟิคเหมือนนะเนี่ย

 

 

วันนี้ เราฟังเพลงของมิวส์(อีกแล้ว) United States of Euresia 

 

บอกตามตรง ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพลงมิวส์เปรียบกับหลุม กระหายอยากรู้ความหมายเผงๆมากเท่าไหร่ ความงงงวยงงงันเท่านั้นที่ได้รับกลับมา กระโดดลงหลุมด้วยความเต็มใจ แต่ก็ตะกายขึ้นมายืนหน้าหลุมไม่ได้อีก โดยเฉพาะคนที่ไม่แตกฉานภาษาอังกฤษเช่นเรา(ยิ้มขื่น)  

เพลงนี้ มีคนกล่าวว่าเนื้อเพลงมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับหนังสือ George Orwell's novel "1984" ถ้าเราว่างจากทุกสิ่งเมื่อไหร่จะไปหามาอ่านให้รู้เรื่องจริงๆจังๆ ตอนนี้คงต้องทำความเข้าใจเยี่ยงงูเยี่ยงปลาไปก่อน(ฮา) คำว่า Euresia เราเข้าใจว่ามาจาก Europe และ Asia นะ สองทวีปนี้เคยเป็น Continent เดียวกันหรืออย่างไรไม่ทราบ

 

"and these wars; they can't be won
and these wars; they can't be won
and do you want them to go on, and on, and on?
Why split these states when there can be only one?" 

 ท่อนนี้ บอกอย่างนั้น

 

 จากเพลง ทำให้ทราบบางอย่าง...วัฏจักรปลาใหญ่ไล่งับปลาเล็กไม่มีวันรู้จบ

and we know there is no one we can trust
our ancient heroes; they are turning to dust

เหล่าบรรพบุรุษผู้กล้านับไม่ถ้วนสลายเป็นเถ้าถ่าน ผุ สลายหายพร้อมกับเวลา

 

 สงครามคงต้องดำเนินตามวันเวลา เพราะเวลาไม่เคยหยุดไหล ถ้าหากมันจะชะงัก โลกนี้คงไม่เหลือสิ่งมีชีวิตอีกแล้ว เมื่อนั้น สงครามในรูปแบบต่างๆ คงหายไปเสียที

 สาเหตุที่เราต้องยืนพื้น คงความเป็นใหญ่ เป็นปึกแผ่น เพราะต้องการรักษาเผ่าพันธุ์ของเราให้คงอยู่...เพียงเท่านั้นหรือ(ไม่ใช่ล่ะมั้ง)

 

 

เอาเป็นว่า ถ้าใครเข้าใจเนื้อเพลงนี้แจ่มแจ้งก็ช่วยแจ้งเกิดความรู้เราที : ) 

edit @ 20 Nov 2009 22:41:59 by mister999th

edit @ 20 Nov 2009 22:46:27 by mister999th